Supawan green Forum Index -> คำถามจากกัลยาณมิตร
View previous topic :: View next topic  
Author Message
supawan



Joined: 15 Dec 2005
Posts: 1500

Posted: Sun Aug 12, 2007 2:03 pm    Post subject:

....เมื่อเดือนที่แล้วนี้เองผมได้อ่านหนังสือ "ทวาร 6 ศาสตร์แห่งการรู้ทันตนเอง" ของทันตแพทย์สม สุจีรา ซึ่งจบปริญญาโททางจิตวิทยามาด้วย คุณหมอบอกว่าเพศหญิงมีทวารทั้งหกที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่าเพศชายถึงประมาณ 3 เท่าตัว ตาของผู้หญิงสามารถมองเห็นสีสันได้กว่า 200 shades ของสี ในขณะที่ผู้ชายแยกได้ไม่ถึง 70 shades ของสี จุดอ่อนของผู้หญิงทางทวารนี้จึงยากที่จะป้องกัน และไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมผู้หญิงจึงหลงไหลในสีที่ฉูดฉาดของการแต่งกาย ชื่นชอบในความวูบวาบของเครื่องเพชรและความวาววับของทองคำมากกว่าผู้ชาย ผมอ่านถึงตรงนี้จึงได้คำตอบทันทีว่าทำไมพระพุทธเจ้าท่านจึงสอนเช่นนั้น ภูมิปัญญาตรัสรู้ของพระองค์ท่านนั้นสุดยอดแล้ว ท่านรู้ธรรมชาติของมนุษย์ทุกแง่ทุกมุมที่นักจิตวิทยาเพิ่งจะมาค้นพบที่ละอย่างในสมัยนี้เอง

เนื่องจากผัสสะของผู้หญิงมี sensitivity มากกว่าผู้ชาย เพศหญิงจึงต้องใช้กำลังสมาธิของจิตและกำลังของสติมากกว่าเพศชายไม่น้อยกว่าสองเท่าตัวในการเอาชนะเจ้ากรรมนายเวร และถ้าเพศหญิงมีสมาธิจิตถึงขั้นมีสติ 100% จนบรรลุอรหันต์ได้ แสดงว่ากำลังสติของเพศหญิงต้องมากกว่าเพศชายที่บรรลุอรหันต์หลายเท่าเช่นกัน อย่างไรก็ตามแม้ผู้หญิงจะมีจุดอ่อนในเรื่องผัสสะมากกว่าผู้ชาย แต่ธรรมชาติก็ชดเชยให้ผู้หญิงมีความอดทนมากกว่าผู้ชาย มีการวิจัยพบว่าระดับความเจ็บปวดสูงสุดของผู้หญิงในขณะคลอดบุตร ถ้าเกิดขึ้นกับผู้ชาย จะมีผู้ชายอย่างน้อยสองในห้าคนขาดใจตายเพราะไม่สามารถทนความเจ็บปวดขนาดนั้นได้

คำตอบอีกเรื่องหนึ่งที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ซึ่งผมสงสัยมานานก็คือ ทำไมผู้ชายกระเทยประเภทแต๋วจึงดัดจริตหรือวี้ดว้ายกระตู้วู้มากกว่าเพศหญิงจริงๆ คำอธิบายก็คือ จิตที่ปรารถนาจะใช้ทวารหกอย่างแรงกล้าแต่เกิดการผิดพลาดไปเกิดในร่างของผู้ชายเข้า จะกลายเป็นเพศที่สามซึ่งพยายามจะใช้ทวารทั้งหกที่อยู่ในร่างของเพศชายมากเกินความจำเป็น แต่ด้วยประสิทธิภาพของทวารหกของเพศชายมีน้อยกว่าเพศหญิงมาก ทำให้จิตหญิงที่ไปเกิดในร่างชายต้องทนทุกข์ทรมานจากการไม่สามารถสนองตอบความต้องการแห่งผัสสะได้ ผมจึงสรุปเอาเองว่าสิ่งนี้ทำให้พวกผู้ชายกระเทยประเภทแต๋วต้องระบายอารมณ์ออกมาในลักษณะที่เว่อร์เกินไป และในทางกลับกันทฤษฎีนี้ก็น่าจะอธิบายได้ว่าทำไมจิตชายที่ไปเกิดในร่างหญิงจึงมีอารมณ์รุนแรงและควบคุมได้ยากมาก ทั้งนี้ก็เพราะจิตชายมีความต้องการทางเพศสูงอยู่แล้วและเมื่อไปอยู่ในร่างของผู้หญิงซึ่งผัสสะมี sensitivity สูงกว่าร่างของผู้ชายก็เลยไปกันใหญ่และทำให้เกิดเหตุสลดใจขึ้นเป็นประจำ อย่างไรก็ตามทั้งนี้และทั้งนั้นก็เป็นเรื่องของวิบากกรรมนั่นเองที่ทำให้ไปเกิดผิดเพศ

อีกไม่ถึงหนึ่งเดือนผมก็จะได้พบกับอาจารย์ในการอบรมธรรมะภาคปฏิบัติที่จุฬาฯแล้ว อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ ตอนนี้ผมก็หาหนังสือไทเก๊กทั้งภาษาไทยและอังกฤษมาอ่านไปพลางๆก่อน

ผมตั้งใจไว้ด้วยว่าจะซื้อหนังสือฉบับภาษาอังกฤษของอาจารย์ส่งไปบริจาคให้ห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่ผมเคยเรียนอยู่ในอเมริกาเมื่อเกือบ 40 ปีมาแล้ว

ขอรับความเมตตาของอาจารย์อีกเช่นเคย

วัชร




สวัสดีค่ะคุณวัชระ

ขอบคุณมากค่ะที่เขียนมาคุยเผื่อแผ่เป็นธรรมทานนะคะ เป็นเรื่องสนุกที่น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ ก็รู้อยู่เหมือนกันว่าเพศหญิงมีความละเอียดอ่อน sensitive มากกว่าเพศชาย แต่ไม่รู้ว่ามีมากกว่าชายตั้ง ๓ เท่าตัว มิน่าล่ะ เวลาภรรยาไปทำผมใหม่มา สามีมองผ่านเฉย ไม่ทักสักคำว่า ผมเธอสวยนะ ต้องชี้ให้เห็นโต้ง ๆ ว่า ฉันไปทำผมมานะ ค่อยถึงบางอ้อ สามีดูแล้ว ยังบอกอีกว่า ไม่เห็นมีอะไรต่างจากเดิมเลย ฉะนั้น ดิฉันเชื่อแน่นอนเรื่องตัวเลข ๓ เท่านี่

นี่ก็เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำไมพระพุทธเจ้าจึงไม่ยอมให้เพศหญิงบวชเป็นภืกษุณี แม้บวชก็ยังบอกอีกว่า อยู่ได้แค่ ๕๐๐ ปีเท่านั้น เพราะท่านต้องทราบถึงความจุกจิกของเพศแม่เป็นอย่างดี

เรื่องของขวัญนี่ ดิฉันก็ไปอ่านพบสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสเช่นกัน นี่ก็ละเอียดอ่อนมาก ท่านบอกว่า


หญิงชายผูกพันกันด้วยอาการ ๘ ประการคือ รูป การหัวเราะ การพูด การร้องเพลง การร้องไห้ อากัปกิริยา ของขวัญ ผัสสะ


อ่านแล้ว ก็อดชื่นชมไม่ได้เลยว่าทำไมพระพุทธเจ้าของเราจึงทรงรู้ไปหมด และละเอียดอ่อนมากด้วย แถมจริงทุกอย่างด้วย น่าภูมิใจที่พวกเราชาวพุทธได้รู้จักพระพุทธเจ้าเช่นนี้ คนชาติอื่นที่ไม่รู้จักนี่ต้องเสียเวลานานไปกับการหาข้อเท็จจริงที่มาย้ำภูมิปัญญาของพระศาสดาของเราเสมอ

เดี๋ยวต้องขอตัวไปทำอาหารเช้าให้ลูกก่อนนะคะ

ด้วยความเมตตา
อาจารย์ศุภวรรณ 
Back to top
 
supawan



Joined: 15 Dec 2005
Posts: 1500

Posted: Mon Aug 13, 2007 2:40 pm    Post subject:

เรียนอาจารย์ศุภวรรณที่นับถือ

ผมเองก็ถูกภรรยา "กล่าวหา" มาตลอดชีวิตการแต่งงานว่า ชอบเปิดเพลงฟังเสียงดังเกินไป ทั้งๆที่เขาอยู่ในครัวข้างล่างห่างออกไป 10-15 เมตร และผมก็เร่งเสียงให้ดังประมาณ 25-30% ของ Volume เท่านั้นเอง ลูกสาวคนเล็กจะทนไม่ได้ถ้าผมเผลอใช้ช้อนขูดจานเสียงดังไปหน่อย ลูกสาวคนโตจะไม่ชอบให้ผมสัมผัสแตะเนื้อต้องตัว อะไรต่างๆเหล่านี้ผมเพิ่งจะมารู้ซึ้งเมื่อทราบว่าผู้หญิงมีผัสสะที่ sensitive กว่าผู้ชายมากนัก

วัชร
Back to top
 
Display posts from previous:   
       Supawan green Forum Index -> คำถามจากกัลยาณมิตร All times are GMT + 7 Hours
Page 1 of 1

 
Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum
You cannot attach files in this forum
You can download files in this forum


Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group