ทั้ง 3 เล่มเลยน่ะครับ แต่ผมขอให้ทุกท่านที่คิดจะอ่าน
โปรดอ่านเรื่อง "แฟนพันธ์แท้ไอน์สไตน์" โดย ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ
ก่อนนะครับ เพื่อที่จะได้เข้าใจ ทฤษฏีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์
มิเช่นนั้น ก็คงจะ "ไม่รู้เรื่องแน่นอน" ทั้งนี้เพราะหนังสือ
"แฟนพันธ์แท้ไอน์สไตน์"นั้นอธิบายทฤษฎีสัมพัทธภาพไว้เป็นเนื้อเรื่องที่อ่านง่าย
พร้อมตัวอย่างประกอบ และ มีสมการคณิตศาสตร์ด้วย แต่หนังสือ
ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็นนั้น
สรุปรวมความรู้จากทฤษฎีสัมพัทธภาพมาอย่าง ลัดสั้น
เพราะเน้นประเด็นไปที่
การเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับพุทธศาสตร์
สำหรับหนังสือไอสไตน์พบ
พระพุทธเจ้าเห็นนั้นมองว่าวิทยาศาสตร์ได้แต่ศึกษาในส่วนของ "รูปธรรม"
แม้ตัวผู้ศึกษาเองซึ่งก็คือ "มนุษย์"
วิทยาศาสตร์ก็ศึกษาค้นคว้าได้แต่ส่วนรูปธรรมของมนุษย์เช่น
การศึกษาเรื่องสมอง หรือเรื่องพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับสารเคมีในสมอง
หรือในร่างกาย ทำให้ที่สุดแล้ว ไม่ได้ตอบสนองต่อ "ความมีประโยชน์
หรือ ความสุขสำหรับมนุษยชาติ" ได้อย่างแท้จริง
พร้อมกันนั้นความรู้เหล่านี้กลับสร้างความวิบัติและหายนะให้กับ
"มนุษย์" เสียเองอีก ซึ่งเป็นคมของดาบอีกด้านที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
หนังสือ ไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น ในครึ่งเล่มหลัง
ก็ทำให้ผมประทับใจอีกเช่นกันเพราะได้สรุปและเน้นไปที่ความสำคัญของจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนา
พุทธศาสตร์ คือ วิทยาศาสตร์ เพราะใช้เหตุผลและสติปัญญา ทดลอง
ศึกษา ปฏิบัติและสรุปผล อย่างเป็นระบบ
และผลที่ได้ก็ประจักษ์แจ้งกับผู้ที่ปฏิบัติด้วยตนเองจริงๆ
ระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์เช่นการตั้งสมมติฐาน
การทำการทดลอง การสรุปผล จัดเป็นแค่ส่วนหนึ่งแห่งกระบวนการใช้ปัญญา
ผ่านการฝึกกรรมฐานในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นการทดลองของจริง
ด้วยจิตใจของผู้ปฏิบัติเองจริงๆ และจะประจักษ์แจ้งด้วยจิตใจตัวเอง
และซาบซึ้งรู้จริง จนไม่ต้องฟังจากปากของคนอื่นอีกต่อไป
เพื่อนๆที่อ่านแล้วเห็นว่าไงครับ