|
|
|
|
"กรรมเก่า" หรือ "ความบังเอิญ"
ช่วงนี้เป็นอะไรที่กุอ่านหนังสือเกี่ยวกับพุทธศาสนาบ่อย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมกุถึงมาอ่าน ทั้งๆที่สมัยเรียนอยู่ประถมยันมัธยมกุถูกบังคับให้ต้องเรียน โดยที่กุก็ไม่ได้อยากรู้อะไรนักหนา แต่กุก็เรียนพอที่จะได้เกรด 4 เพราะกุชอบวิชาอ่านๆ ไม่ชอบคำนวณ
แต่พอมาถึงตอนนี้ อยู่ดีๆกุก็อยากที่จะเรียนรู้ อยากที่จะอ่านขึ้นมาดื้อๆ อาจเป็นเพราะกุไม่รู้ถึงความหมายที่แท้จริงแห่งการดำรงอยู่ของกุมั้ง ชีวิตกุคืออะไรหรอ??? มันคือ "ความฝันตื่นหนึ่ง" เหมือนกับที่ไอ้จิตใจของนาย ก. มันบอกหรือเปล่า (หาอ่านได้ในเรื่อง It 's still fucking in my mind)
ถามจิงเหอะคนที่เข้ามาอ่านในสะเป๊ซกุทั้งหลาย เคยถามตัวเองไหมวะว่าตัวเองเป็นใคร ทำไมเราถึงบังคับตัวเราเองได้ล่ะ กุคิดว่าตัวกุมีความรู้สึก กุมีความรู้สึกแน่ แต่บ่อเกิดของความรู้สึกของกุมาจากที่ไหนล่ะ "สมอง" หรือ "จิต"
กุอ่านหนังสือ "เกิดเพราะกรรมหรือความซวย" ของทันตแพทย์สม สุจีรา (เล่มนี้กุแนะนำ เขียนดีมากๆ) บอกว่าถ้าเอาตามแนวตะวันตก "สมอง"คือจุดควบคุมทุกอย่าง แต่ตามแนวของตะวันออกบอกว่า"จิต"ตะหาก และในแนวความคิดที่มีอิทธิพลต่อกุนั่นคือ "จิต"
ทุกคนเคยเจอประสบการณ์อย่างงี้ไหมวะ ทำไมเราถึงต้องมาเจอคนๆนี้ในชาตินี้ เราไมเราถึงเดินสะดุดก้อนหินแล้วเล็บหลุด ทำไมตอนกลางวันเราถึงต้องไปกินร้าน "ราดหน้า 40 ปี" ทำไมเรารู้สึกไม่ชอบขี้หน้าใครบางคนที่เราไม่รู้จัก
ตามแนวของศาสนาพุทธบอกว่า อย่าไปคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวินาทีเป็นผลของกรรมเก่า เหตุการณ์บางเรื่องมันเป็นเรื่องของกรรมเก่า แต่บางเรื่องมันเป็นเรื่องของความบังเอิญ "จิต"จะเป็นตัวที่เก็บข้อมูลกรรมเก่าของทุกชาติ กรรมเก่าทั้งหลายคือเจ้ากรรมนายเวรที่ตามมาทวงคืนสิ่งที่เราเคยทำกับเขาไว้
กุเชื่อว่าชาติที่แล้วมีจริงนะ ไม่งั้นจะเป็นเพราะสาเหตุอะไรกันล่ะที่ทำให้คนเราเกิดมาต่างกัน บางคนหล่อ บางคนสวย บางคนร่ำรวย บางคนยากจน ฯลฯ แม้แต่พระพุทธเจ้าท่านก็ยังทรงบอกว่า "เนื้อคู่นั้นมีอยู่ 2 ประเภท หนึ่งคือเคยทำบุญร่วมกันมาในชาติที่แล้ว สองคือ ได้ทำบุญร่วมกันมาในชาตินี้"
กุเองก็เคยคิดว่าทำไมเพื่อนสนิทกุชื่อปืน เป้ วุด ยิบ ทำไมกุถึงมาเจอผู้หญิงคนนี้ในชาตินี้ ทำไมกุถึงเกิดมาเป็นลูกพ่อแม่กุ ทำไมกุถึงมาเรียนกฎหมาย และทำไมกุถึงมานั่งเขียนสะเป๊ซอยู่ ณ วินาทีนี้
พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเรื่องใดเป็นเรื่องของกรรมเก่า และเรื่องใดเป็นเรื่องของความบังเอิญนั้น ให้ดูว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องที่เป็นจุดสำคัญของชีวิตหรือไม่ พูดง่ายๆลองมองย้อนไปดูสิว่าตั้งแต่เกิดมา จะพบจุดพลิกผันของชีวิตไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง นั้นคือกรรมเก่าที่มามีผลในชาตินี้
เด็กม.6บางคนอยากเรียนหมอใจจะขาด แต่เอนทรานซ์ได้อักษรสาด จนปัจจุบันเขาเป็นครูอยู่ ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นเรื่องของกรรมเก่า เพราะเป็นจุดพลิกผันของชีวิต
อยากแต่งงานกับคนนี้ใจจะฉีก แต่สุดท้ายก็พลัดพราก เขาไปมีแต่งงานกับอีกคน ในขณะที่เราได้แต่งงานกับอีกคนที่ไม่ใช่คนที่เรารักเขาปานจะแหกตูดดม เป็นผลของกรรมเก่า เพราเป็นจุดพลิกผันของชีวิต
วันจันทร์ที่ผ่านมากุไปกินราดหน้า 40 ปี กับพวกพี่อุ๊ ไม่ใช่กรรมเก่าแต่เป็นเรื่องของความบังเอิญ เพราะไม่ใช่เป็นจุดพลิกผันของชีวิต แต่ถ้ากุแดกไปแล้ว เส้นผมของพ่อครัวที่ตกลงมาในจานราดหน้าติดคอกุตาย เป็นผลของกรรมเก่าเพราะเป็นจุดพลิกผันของชีวิต (ไม่พลิกได้งัยล่ะ กุตายห่าอ่ะ)
จะเห็นได้ว่ากรรมเก่าอยู่ในชีวิตของเราเสมอๆ เจ้ากรรมนายเวรรอที่จะทวงของๆเขาคืน แล้วเราจะมีวิธีที่จะหลุดพ้นจากเจ้ากรรมนายเวรนั้นได้อย่างไรล่ะ พระพุทธเจ้าท่านบอกว่ามีอยู่ 2 ทางนั่นคือ หนึ่ง ต้องใช้อิทธิปัจจัยตา และ สอง ต้องใช้สติปัฏฐาน 4
ส่วนที่ว่า 2 อย่างนั้นคืออะไร คงไม่ขอกล่าว เพราะในตอนนี้กุยังไม่มีความรู้พอที่จะกล่าว ไม่งั้นหลักพุทธศาสนาจะเพี้ยนเพราะกุ ในหนังสือเรื่อง"เกิดเพราะกรรมหรือความซวย"เปรียบเทียบไว้ว่า ตัวเราเหมือนเครื่องบิน กรรมเก่าคือจรวดมิสไซด์ของข้าศึกที่ใช้ยิงเรา มันตามหลังเราอยู่ตลอด แต่ถ้าเรามีสติสัมปชัญญะพอที่จะตัดผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน(ตัวกู-ของกู)ได้ เครื่องบินก็จะหายไป จรวดมิสไซด์ก็จะวืดไป ผลของมันก็คือกรรมนั้นจะกลายเป็นอโหสิกรรมไปในที่สุด
การที่พระพุทธศานาสอนให้เรารักษาศีล จุดประสงค์ที่แท้จริงของการที่เขาต้องการให้รักษา ก็คือต้องการให้เรามีสติสัมปชัญญะในทุกอิริยาบถ กำลังจะเดินเหยียบมด อ๊ะๆ มดนี่หว่าชะงักเท้าไว้ก่อนนั่นคือเรามีสติ มีเมียชาวบ้านมายั่วยวน เราก็ไม่หลงตามนั่นคือเรามีสติ และสิ่งที่ต้องมีควบคู่อยู่ด้วยเสมอ คือหิริ-โอตัปปะ หรือความเกรงกลัวต่อบาป
ทุกครั้งที่กุมีความทุกข์ใจในตอนนี้ พระพุทธศาสนาช่วยกุได้ (จริงๆนะ) ในตอนนี้เวลาที่มีใครทำอะไรให้กุโกรด หรือมีใครทำให้กุหมองจัย กุก็จะคิดว่า "มันตัวกู-ของกูที่ไหนกันล่ะ" ตอนแรกกุก็ไม่รู้หรอกนะว่าคำว่า "ตัวกู-ของกู" มันคืออะไร ตอนนี้เริ่มจะพอรู้บ้าง แต่ก็ยังไม่เข้าจัยทั้งหมด แต่มันช่วยกุได้เยอะจริงๆ
กุหวังว่า Blog ครั้งนี้ของกุ หากจะเป็นการจุดประกายความคิดของใคร ให้เริ่มที่จะหันเข้ามารู้จักพุทธศาสนาได้ มันคงจะดีมิใช่น้อย มาร่วมกันช่วยชาติประหยัดไฟด้วยกันนะครับ
P.S. ไอ้ประโยคสุดท้ายนี่มันเกี่ยวเห้อะไรกับที่เขียนมาทั้งหมดวะ
|
|
|