|
|
|
| <
| การเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม |
 | |
|
|
|
สวัสดีเพื่อน
ๆ ชาว Mblog ค่ะ
วันนี้มาดึก
เนื่องจากมีภาระกิจบางอย่างที่ต้องทำ
ดิฉันอยากจะเขียนเกี่ยวกับเรื่อง
"วิธีตัดกรรม"เหลือเกิน (ตัดเวรตัดกรรม)
แต่เกรงว่าความรู้ในเรื่องดังกล่าวยังแค่หางอึ่ง
ดิฉันทำได้ก็หาอ่านไปเรื่อย
ๆ
สนใจทางพุทธศาสนานะคะ
แต่ยังบวชไม่ได้
เพราะยังมีกิเลสบางส่วนอยู่ในจิตใต้สำนึก
ดิฉันสนใจเรื่องกฎแห่งกรรมค่ะ เหตุที่เกิดนั้นเป็นเพราะอะไร? แล้วจะแก้ไขได้อย่างไร
เพราะอดีตเราไม่สามารถที่จะแก้ไขอะไรได้แล้ว
พอดีพี่สาวเพิ่งได้นำหนังสือ
ของทันตแพทย์สม สุจีราชื่อหนังสือ
"เกิดเพราะกรรม หรือความซวย"
มาให้ดิฉันอ่านค่ะ เห็นว่า
เป็นหนังสือที่ดีและมีประโยชน์เลยแนะนำผ่าน
Blog ของดิฉัน
เผื่อใครสนใจ
อยากจะตัดเวรตัดกรรม
ไม่อยากเจอคนอย่างดิฉันแล้วในชาตินี้
ก็สามารถหาอ่านได้เพิ่มเติมนะคะ
ทันตแพทย์สม
จะเป็นผู้รวบรวมและเรียบเรียง จากตำราหลายเล่ม
ที่ดิฉันได้เคยอ่านมาเหมือนกัน ในสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ชาวต่างชาติสงสัยในเรื่องจิตใต้สำนึก วิธีย้อนดูอดีต
หรือระลึกชาติ กับศาสนาพุทธ
ในเรื่องกฎแห่งกรรม ดิฉันขออนุญาตคัดลอกมาเล่าย่อ
ๆ เพียงบางส่วน ก็แล้วกันนะคะ
ในเครื่องหมายวงเล็บ
()เป็นการขยายความของตัวดิฉันเองค่ะ
********************************************
นักวิทยาศาสตร์
ชิกมุนต์ ฟรอยด์
บิดาแห่งจิตวิเคราะห์ แบ่งเป็นจิตออกเป็น 1.จิตสำนึก(Conscious) 2.จิตกึ่งสำนึก(Preconscious) 3.จิตใต้สำนึก(๊Unconscious)
ซึ่งจะรวมจิตไร้สำนึกอยู่ในจิตใต้สำนึกด้วย
และตามหลักพระพุทธศาสนาแบ่งจิตเป็น
2 ระดับ คือ 1.จิตในระดับวิถีจิต 2.จิตในระดับภวังค์(จิตไร้สำนึกนั่นเอง)
ในหนังสือเล่มนี้กล่าวไว้ว่า
โครงสร้างของทฤษฎีจิตวิเคราะห์ไม่สามารถเปรียบเทียบกับจิตที่พระพุทธองค์ค้นพบได้
แต่ดิฉันสรุปโดยรวมได้ว่า
กรรมที่สั่งสมอยู่ในจิต
ส่วนใหญ่จะฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก
10% ในจิตไร้สำนึก
80%
และผลของกรรมเกือบ
80% นี้
สนองผ่านระบบของจิตใต้สำนึก
ดังนั้น
การจะศึกษา
เรื่องของกรรม
ถ้าไม่ศึกษาถึงเรื่องจิตใต้สำนึก
เราจะเข้าใจเหตุผลการเกิดของกรรมได้ไม่ชัดเจน
สิ่งที่ผู้เขียน
เขียนบอกไว้ว่า
บนเส้นทางของชีวิต
ไม่ว่าจะผ่านอะไร
ในทุกวินาทีที่สมองลืมบันทึก
แต่จิตไม่เคยหยุดพักการบันทึก
ซึ่งจิตไร้สำนึกนี่เอง
จะไม่ถูกเก็บกดไว้เฉย
ๆ
มันยังทำงานอยู่ทุกขณะ
โดยที่ตัวเองอาจจะไม่รู้ตัว และมันจะทำงาน
ด้วยการเข้าไปพยายามกระตุ้นจิตสำนึกของมนุษย์ให้เลือกกระทำไปตามความปรารถนาของมันที่ถูกเก็บกดไว้
(ส่งผลออกมาในเป็นไปในรูปพฤติกรรมต่าง ๆ
และเป็นนิสัยของบุคคลผู้นั้น) **ผู้ที่สามารถต่อสู้เอาชนะจิตไร้สำนึกนี้ได้เท่านั้นจึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงกรรมของตัวเองได้**
(คือพระอรหันต์
หรือบรรลุนิพพาน ที่ก้าวล่วงพ้นกรรมทั้งปวงได้
มิฉะนั้นก็จะเวียนว่ายตายเกิดวัฎฎะสงสาร
แล้วก็มีเวร
มีกรรมกันต่อไป)
ด้วยเหตุนี้การมุ่งฝึก
การควบคุมจิตใต้สำนึกและจิตไร้สำนึกที่ศาสนาพุทธเรียกว่า
"อนุสัย"
จึงมีผลโดยตรงที่จะเปลี่ยนแปลงมนุษย์ผู้นั้นจากข้างในจากโครงสร้างเชิงลึกได้จริง
ลำพังเพียงแค่อ่านหนังสือธรรมะ
ไม่ว่าจะอ่านมากมายแค่ไหน
หรือการถือศีล
ทำทานขนาดไหน
แต่ถ้าขาดภาวนา
ก็ไม่มีกำลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงจากข้างในได้
แม้ว่ามันอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จากบ้างก็ตาม
ดังนั้นการที่จะตัดกรรมได้มีทางเดียว
คือ ตัดที่ผัสสะ เวทนาอย่าให้เกิดเป็นความชอบ
ไม่ชอบ เกิดอารมณ์ตัณหา เพราะเมื่อใดที่เกิด
จิตไร้สำนึกจะเก็บข้อมูลนั้นไว้ทันที
และรอวันสนองตอบด้วยกระบวนการย้อนกลับ
การให้อภัยก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้
แต่ต้องให้อภัยในระดับของความรู้สึก
มิใช่การนึกคิด
*********************************** คัดลอกมาบางส่วน หากอยากทราบรายละเอียด สามารถหาซื้ออ่านได้ตามร้านหนังสือทั่วไปค่ะ มาช่วยโฆษณาหนังสือให้เขาอีกแล้วเรา

ราตรีสวัสดิ์ทุกท่านนะคะ
nabhasan
(ไปก็ลา
มาก็บอกค่ะ)
|
| |
|
|
|
|
|
| |
|
|
|
| |
|
|
|