ช่วยเหลือ - ค้นหา - สมาชิก - ปฏิทิน
เวอร์ชั่นเต็ม: แนะนำหนังสือใหม่: ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น
DMC Forum > DMC > เว็บบอร์ด DMC
yosawat
เร็วๆ นี้ผมได้มีโอกาสแวะไปร้านหนังสือ ซึ่งก็บังเอิญไปเตะตากับหนังสือเล่มนึง ชื่อว่า "ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น" พออ่านดูก็พบว่ามีสาระความรู้ที่น่าสนใจ ซึ่งถ้าไม่คิดก็ไม่แปลก แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลก (ขออนุญาตใช้คำของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ)

หลายส่วนในหนังสือเป็นเรื่องที่น่าตกใจ ผนวกกับสิ่งที่เราๆ ท่านๆ อาจเคยได้ยินมาว่าไอน์สไตน์ได้เคยกล่าวถึงพุทธศาสนาไว้อย่างน่าฟัง ผมจะขอยกบางส่วนในหนังสือมาเกริ่นให้ฟัง ถ้าเผื่อมีใครสนใจอยากติดตาม ก็จะค่อยๆ นำมาลงให้อ่านกันนะครับ

"สิ่งที่สำคัญที่สุด การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ของไอน์สไตน์ดูเหมือนจะสอดคล้องกับการค้นหาของพระพุทธองค์ ทฤษฎีของไอน์สไตน์ได้พิสูจน์หลักคำสอนของพุทธศาสนา ซึ่งบางส่วนสามารถยืนยันด้วยการคำนวณทางวิทยาศาสตร์"

"???ถือว่าพระเจ้าคือผู้ทรงให้รางวัลและลงโทษ แท้จริงแล้วมนุษย์ตกอยู่ในวิถีที่น่าสังเวช หากต้องถูกจำกัดตัดตอนด้วยความกลัวการลงโทษและความหวังที่จะได้รับรางวัลหลังความตาย ด้วยเหตุนี้จึงเห็นได้ง่ายไ ว่า ทำไม???จึงได้ต่อสู้กับวิทยาศาสตร์และตามจองล้างจองผลาญผู้อุทิศตนทางวิทยาศาสตร์เสมอมา เส้นทางสู่ความเป็นศาสนาอย่างแท้จริงไม่ได้วางอยู่บนพื้นฐานของการกลัวชีวิต หลัวความตาย หรือศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ด้วยความพากเพียรตามความรู้ที่มีเหตุผล ในอีกมุมมองหนึ่ง ข้าพเจ้าเห็นว่าความรู้จากศาสนาแห่งจักรวาล (cosmic religion - เป็นคำที่ไอน์สไตน์ใช้แทนพุทธศาสนา) เป็นแรงจูงใจที่แข็งแกร่งและสง่างามที่สุดในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์"

"The religion of the future will be a cosmic religion. The religion which is based on experience, which refuses dogmatism. If there is any religion that would cope with the scientific needs it will be Buddhism."

"Why does this applied science, which saves work and make life easier, bring us so little of happiness?"


เอาเป็นน้ำจิ้มแค่นี้ก่อนนะครับ ใคนสนใจก็ทิ้งข้อความไว้เลย ถ้ายังงไผมจะทยอยเอามาให้อ่านกันเพลินๆ อนุโมทนาบุญกับทุกท่านครับผม

naisara
เคยได้ยินเหมือนกันครับ เอามาวางที่สหกรณ์เมืองแก้วสิครับ เดี่ยวอุดหนุน 1 เล่ม
สิริปโภ
เมื่อตะกี้ เพิ่งดูหนังDVDเรื่อง The TriAngle (สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า) หนังไตรภาคเกี่ยวกับความลึกลับซับซ้อนของกาลเวลาที่ทับเหลื่อมกัน ทำให้นึกถึงวิชชาธรรมกาย คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสัพรรณยุตญาณของท่านคงพิสุจน์เรื่องง่ายๆเหล่านี้ได้สบายๆเลย
Noob
ไอสไตน์ค้นพบทฤษฎีสัมพันธภาพ ทำให้เรามีมือถือใช้ มีรถ เครื่องบินนั่ง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำให้เกิดความสะดวกสบายต่างๆ ซึ่งผู้เขียนกล่าวว่าถ้าเขาพบพระพุทธศาสนาก่อนหน้านี้และยังมีชีวิตอยู่เราอาจเหาะเหินเดินอากาศได้ ได้นั่งรถเหาะ เพราะตามทฤษฎีแรงทั้ง4ในจักวาลสามารถรวมกันได้กรณีเดียวเท่านั้นคือจุดเริ่มต้นของกาลเวลา ถ้าเราหยุดเวลาได้เมื่อนั้นจะพบคำตอบ เวลาจะหยุดได้เมื่อความเร็วเท่ากับแสง เพราะแสงก่อให้เกิดเวลา (มีแสงทำให้เกิดความเสื่อม มีความเสื่อมจึงมีเวลา) ซึ่งทางกายภาพทำไม่ได้ แต่พระพุทธองค์ค้นพบการหยั่งรู้โดยจิตหยุดเวลาได้ด้วยวิปัสนากรรมฐาน เรื่องการยืดหดได้ของเวลาพระพุทธองค์ทรงกล่าวไว้แล้วกว่า2พันปีแต่ไอสไตน์คิดเป็นสูตรมายืนยันซึ่งถ้าไอสไตน์ได้นั่งวิปัสนาป่านนี้เราอาจ....

และที่ทึ่งมาก ไอสไตน์กล่าวว่า "มีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่หาจุดสิ้นสุดไม่ได้คือ จักรวาลกับความโง่ของมนุษย์ แต่ข้าพเจ้าไม่คอยมั่นใจนักกับสิ่งแรก" ผมลองนึกวิเคราะห์ดูเล่นๆว่า จักวาลมีเกิดดับตลอดเวลาแม้ขณะนี้ก็อาจมีจักวาลอื่นเกิดและดับอยู่แต่ไอสไตน์ก็ไม่แน่ใจว่าอาจมีคนหรือสิ่งใดก็ได้หยุดการเกิดดับ ทำให้จักวาลคงอยู่เป็นนิรันดรน์ได้ แต่สิ่งหลังซิ "ความโง่ของมนุษย์" วิเคราะห์ต่อว่าความโง่คือ อวิชชา แล้วใครละอยู่ฉากหลังของอวิชชา สิ่งนั้นแหละที่อาจหาจุดสิ้นสุดไม่ได้......
เพิ่งอ่านจบแค่ 2 บทแรกและคัดมาเพียงบางส่วน ยังสนุกขนาดนี้แล้วบทต่อไปหละ....พวกเราคนเข้าวัดอ่านแล้วโยงกับความรู้ที่ได้จากการเข้าวัดทำให้โยงใยกันและเข้าใจได้ง่าย มีน้องที่ทำงานเคยบอกว่าอ่านสนุกแต่บางอย่างเขาไม่เข้าใจ เพราะไม่รู้พระพุทธศาสนา(ภพหลังความตาย)ลึกเท่าพวกเรา ลองไปหาอ่านดูนะครับ ซื้อมาถวายหลวงพี่ที่ทำหน้าที่เผยแผ่ก็ดี ท่านจะได้มีเรื่องเทศน์ที่น่าสนุกชวนขนลุกให้สาธุชนต่อไป.....noob
สิริปโภ

ดูรายละเอียดของหนังสือได้ที่นี่

http://www.naiin.com/04book_detail.asp?sku=BK_9789749985854