พระธรรม ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ ไม่จำกัดกาล เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่าท่านจงมาดูเถิด เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว เป็นสิ่งที่ผู้รู้พึงรู้ได้เฉพาะตน ดังนี้
ขณะนี้ท่านอยู่ที่กระดานหมวด
ชีวิตกับธรรมะ

รายการวิทยุธรรมะอารีย์ ธรรมะใกล้ตัว

คู่มือการใช้งาน  ค้นหา  สมาชิก  ปฏิทินกิจกรรม  ปฏิทินข้างขึ้น-ข้างแรม

สวัสดีครับ ท่านผู้มาเยือน ( เข้าระบบ | สมัครสมาชิก )
->  ลานธรรมเสวนา -> ชีวิตกับธรรมะ

New Posts  " ไอสไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น"
         อยากให้ลองอ่านกันจัง
หน้า: (รวม 3 หน้า)  [1] 2 3    หน้าต่อไป  ( คำตอบที่ยังไม่ได้อ่าน )

เนื้อความ : (สิเนรุ)

บังเอิญได้อ่านหนังสือ "ไอสไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น- ทพ.สม สุจิรา"   รู้สึกชอบ ใครอ่านแล้วมีความเห็นยังไงกันมั่งเอ่ย
ไปเดินตามร้านหาหนังสือธรรมะอ่าน หนังสือมีเยอะมาก แต่ละเล่มก็ไม่มีใครบอกได้ว่าน่าเชื่อถือเพียงใด ต้องใช้โยนิโสมนสิการเอาเองใช่มั้ยเนี่ย  สงสารคนไทยเนอะ หนังสือธรรมะเยอะก็จริง  ใครโชคดีหยิบได้ดี อ่านแล้วทำ ก็ดีไป   แต่ไบางเล่มที่จะเป็นธรรมะนอกคำสอนมั้ยนะก็เยอะ อ่านแล้วยิ่งงง ใครได้เล่มนี้อ่านแล้วก็ซวยไป  อยากให้มีใครจะช่วยดูแลตรงนี้บ้างจัง  คนเริ่มต้นใหม่สับสนจริง ๆ
จากคุณ : สิเนรุ [ ตอบ: 27 เม.ย. 50 23:47 ] แนะนำตัวล่าสุด 18 เม.ย. 50 | สมาชิกลานธรรมถาวร | ตอบ: 15 | ฝากข้อความ |


ความคิดเห็นที่ 1 : (แค้ท)

อ้างอิง
บังเอิญได้อ่านหนังสือ "ไอสไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น- ทพ.สม สุจิรา"   รู้สึกชอบ


อ้างอิง
แต่ไบางเล่มที่จะเป็นธรรมะนอกคำสอนมั้ยนะก็เยอะ อ่านแล้วยิ่งงง ใครได้เล่มนี้อ่านแล้วก็ซวยไป


อ่านแล้ว งงค่ะ ตกลงเล่มที่ว่านี้ คือเล่มไหนล่ะคะ
จากคุณ : แค้ท [ ตอบ: 28 เม.ย. 50 15:06 ] แนะนำตัวล่าสุด 08 ส.ค. 48 | สมาชิกลานธรรมถาวร | ตอบ: 553 | ฝากข้อความ |


ความคิดเห็นที่ 2 : (teetotal)

การจะได้ครูบาอาจารย์ที่ดี หรือ การที่จะได้หยิบเลือกอ่านหนังสือที่ถูกต้อง
นี่เป็นผลจากกรรมเก่าไหมครับ ผมคิดว่าใช่นะครับ
ผมยังสงสารตัวเองอยู่เลย ว่า การปฏิบัติของผมยังไม่ไปถึงไหน
จากคุณ : teetotal [ ตอบ: 28 เม.ย. 50 16:31 ] แนะนำตัวล่าสุด 10 เม.ย. 50 | สมาชิกลานธรรมถาวร | ตอบ: 48 | ฝากข้อความ | MSN |


ความคิดเห็นที่ 3 : (ชาวเขา)

เนื้อหาคร่าวๆ หนังสือ ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น

รายละเอียด:อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้ที่มีแนวคิดและมีการค้นพบทฤษฎีต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์ที่ลึกลับและซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง สร้างปรากฏการณ์ใหม่ และลบล้างความเชื่อเก่าๆ ลงโดยสิ้นเชิง การค้นพบของพระพุทธเจ้าเป็นการค้นพบทางนามธรรม ยากต่อการพิสูจน์ แต่การพบทางวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ ไม่ว่าจะเป็น สสาร พลังงาน จักรวาล ปรมาณู การยืดหดของเวลา เป็นต้น ของไอน์สไตน์ กลับช่วยให้การค้นพบส่วนหนึ่งของพระพุทธเจ้าได้รับการพิสูจน์และยืนยันทางคณิตศาสตร์อย่างไม่น่าเชื่อ
          เนื้อหาของหนังสือแบ่งเป็น ๑๐ บท มีรายละเอียดอย่างคร่าวๆ ดังนี้
          บทที่ ๑ “ทำไมต้องไอน์สไตน์” ผู้เขียนปูพื้นฐานให้ผู้อ่านทราบประวัติชีวิตของไอน์สไตน์ พร้อมทั้งทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ก่อนหน้านั้น ของนักวิทยาศาสตร์หลายๆ ท่านจนมาถึงทฤษฎีสัมพัทธภาพอันลือลั่นของไอน์สไตน์
          บทที่ ๒ “จักรวาลกับพุทธศาสนา” แม้พุทธศาสนาจะบอกไว้ว่า เรื่องความเร้นลับของจักรวาลเป็นเรื่องอจินไตยไม่ควรคิด แต่ความรู้ทางพุทธศาสนาก็ปรากฏเรื่องราวเหล่านี้อยู่หลายแห่ง และตรงกับการค้นพบและการพิสูจน์ของนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เรื่อยมา ชนิดที่นักวิทยาศาสตร์ต้องพิศวงว่าพระพุทธเจ้าทราบความรู้เหล่านี้มาก่อนได้อย่างไร
          บทที่ ๓ “ทฤษฎีสัมพัทธภาพ” ทฤษฎีอันลือลั่นของไอน์สไตน์ ที่ขัดกับสามัญสำนึกของคนทั่วไป แต่ท้ายที่สุดก็ได้รับการพิสูจน์ว่าทฤษฎีนี้ถูกต้อง เช่น เรื่องความเร็วของแสงที่คงที่เสมอ และไม่มีสิ่งใดไล่ทันความเร็วของแสงนี้ได้ แต่แสงก็ตกอยู่ภายใต้กฏของแรงโน้มถ่วง ดังนั้นจึงเดินทางเป็นเส้นโค้งได้ ตามแรงโน้มถ่วงของดวงดาว หรือไอน์สไตน์พิสูจน์ให้เห็นว่า เวลาสามารถยืดหด และเดินช้า เดินเร็วได้ ขึ้นอยู่กับสถานที่แต่ละแห่ง เช่นเวลาของคนที่อยู่บนยานในอวกาศที่เดินทางด้วยความเร็วสูงจะเดินช้ากว่าเวลาของคนอาศัยอยู่บนโลก
          บทที่ ๔ “อนัตตาภายในอะตอม” นอกจากทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์แล้วยังมีทฤษฎีควอนตัมซึ่งทฤษฎีนี้ช่วยอธิบายส่วนที่เล็กที่สุดที่บรรจุอยู่ภายในอะตอม อันเป็นการช่วยยืนยันว่า ไม่มีสิ่งใดคงที่ มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ
          บทที่ ๕ “พุทธกับวิทยาศาสตร์” วิทยาศาสตร์เน้นในเรื่องของเหตุผล หลังจากการพิสูจน์ข้อเท็จจริงหลายๆ อย่าง พบว่าตรงกับความรู้และคำสอนทาง

 

  
จากคุณ : ชาวเขา [ ตอบ: 28 เม.ย. 50 16:46 ] แนะนำตัวล่าสุด 14 เม.ย. 50 | สมาชิกลานธรรมทั่วไป | ตอบ: 32 | ฝากข้อความ | ip:58.10.155.241


ความคิดเห็นที่ 4 : (Gow27)

ผมว่าบทหลังๆ เนื้อหาค่อนข้างจะวนเวียนอยู่กับที่น่ะครับ

ประกอบกับเรื่อง องคุลีมาลที่ท่านผุ้แต่งยกมานั้น ผมจำได้ว่าท่านบรรลุพระอรหันต์หลังจากออกบวชซักพักแล้ว ไม่ได้บรรลุทันทีหลังจากวิ่งไล่ตามพระพุทธเจ้าไม่ทัน

เนื้อหาอื่นๆ ยังมีที่รู้สึกตะหงิดๆ อยู่พอสมควร โดยเฉพาะในจุดที่เกี่ยวข้องกับธรรมะ เรื่องของวิปัสสนา ส่วนเนื้อหาเชิงวิทยาศาสตร์นั้นถือว่าได้ความรู้ดีครับ ชอบตรงที่มีการบอกเล่าอัตชีวประวัติของไอน์สไตนเยอะดีครับ เช่น ตอนที่ห้องทดลองระเบิดแล้วไอน์สไตน์ไม่ได้ยิน เพราะสมาธิจดจ่อแรงกล้ามาก แล้วก็ตอนที่พูดถึงภรรยาของไอน์สไตน์ ชอบครับ

เดี๋ยวนึกออกจะมาพิมพ์เพิ่มเติม

____________________________________
นินทา กาเล เหมือนเทน้ำ
แต่การนินทา ให้บิดเบือนจากข้อเท็จจริงนั้น เป็นสิ่งที่น่าตำหนิยิ่งกว่า

โดยหารู้ไม่ ว่าคนที่ถูกนินทา เขาไม่เคยว่าร้ายตัวผู้นินทาใดๆ เลย

ทำสิ่งใดไว้ ผลแรกย่อมปรากฎแก่ใจตัวเองให้ร้อนรน เศร้าหมอง
ผลถัดมา คือ ไม่กล้าสู้หน้าบุคคลที่ตนเคยกระทำต่อเขา
จึงต้องคอยพูดว่าร้ายลับหลัง ในเรื่องที่เป็นเท็จ ... ต่อไป

คนที่ไม่ยอมรับแม้กระทั่งตนเอง ย่อมยากที่จะเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม

ระวังจะไม่มีใครคบหาสมาคมด้วย
แล้วก็อย่าลืมสังเกตกลิ่นปากของตนเองบ้างนะครับ ...
จากคุณ : Gow27 [ ตอบ: 28 เม.ย. 50 16:54 ] แนะนำตัวล่าสุด 30 เม.ย. 50 | สมาชิกลานธรรมถาวร | ตอบ: 272 | ฝากข้อความ | MSN |


ความคิดเห็นที่ 5 : (ชาวเขา)

ส่วนใครที่ปฎิบัติธรรมยังไม่คืบหน้า อยากให้เข้าไปอ่าน ธรรมะ ง่ายๆ
จากเวปนี้ แล้วจะเข้าใจถ่องแท้

http://mahamakuta.inet.co.th/practice/mk722.html
จากคุณ : ชาวเขา [ ตอบ: 28 เม.ย. 50 16:54 ] แนะนำตัวล่าสุด 14 เม.ย. 50 | สมาชิกลานธรรมทั่วไป | ตอบ: 32 | ฝากข้อความ | ip:58.10.155.241


ความคิดเห็นที่ 6 : (iahcgnoht)

ไอสไตน์ก็ถือมังสวิรัติเหมือนกัน อยากให้มนุษย์ช่วยกันปฏิบัติ สังคมจะน่าอยู่ขึ้นมาก
จากคุณ : iahcgnoht [ ตอบ: 29 เม.ย. 50 09:43 ] แนะนำตัวล่าสุด 08 พ.ค. 49 | สมาชิกลานธรรมทั่วไป | ตอบ: 39 | ฝากข้อความ | ip:203.113.80.139


ความคิดเห็นที่ 7 : (บังตอ)

wow !!! good book

มาช่วยกันหาหลักฐาน ที่ตรงกับวิทยาศาสตร์คนละข้อสองข้อเถอะครับ บังก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อวิทยาศาสตร์มากกว่าศาสนา เชื่อในสิ่งที่ตนเห็น



 

 

____________________________________
ขอให้ พระอัลเลาะห์ และ "พระในใจเจ้า" คุ้มครองทุกๆท่าน
จากคุณ : บังตอ [ ตอบ: 29 เม.ย. 50 19:47 ] แนะนำตัวล่าสุด 13 เม.ย. 50 | สมาชิกลานธรรมถาวร | ตอบ: 212 | ฝากข้อความ |โฮมเพจ |


ความคิดเห็นที่ 8 : (กอบ)

อ้างอิง
ไปเดินตามร้านหาหนังสือธรรมะอ่าน หนังสือมีเยอะมาก แต่ละเล่มก็ไม่มีใครบอกได้ว่าน่าเชื่อถือเพียงใด ต้องใช้โยนิโสมนสิการเอาเองใช่มั้ยเนี่ย  สงสารคนไทยเนอะ หนังสือธรรมะเยอะก็จริง  ใครโชคดีหยิบได้ดี อ่านแล้วทำ ก็ดีไป   แต่ไบางเล่มที่จะเป็นธรรมะนอกคำสอนมั้ยนะก็เยอะ อ่านแล้วยิ่งงง ใครได้เล่มนี้อ่านแล้วก็ซวยไป  อยากให้มีใครจะช่วยดูแลตรงนี้บ้างจัง  คนเริ่มต้นใหม่สับสนจริง ๆ



ธรรมะของพระพุทธเจ้าท่านเรียงไว้ตามลำดับ ความง่ายไปถึงความยาก
ดุจความลาดลึกของมหาสมุทร ครับ

หากอ่านหนังสือธรรมะแล้วยังไม่เข้าใจ ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะธรรมะไม่ได้อยู่ในตำรับตำราเลยครับ แต่ปรากฏอยู่จริงเฉพาะหน้าครับ

ขอให้ทดลองเจริญสติอยู่ที่ขอบเขตของกาย ใจไปเลยครับ (หาอ่านหรือสอบถามพวกพี่ ๆ เค้าได้ในห้องสติปัฏฐานครับ)

อ้างอิง
มาช่วยกันหาหลักฐาน ที่ตรงกับวิทยาศาสตร์คนละข้อสองข้อเถอะครับ บังก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อวิทยาศาสตร์มากกว่าศาสนา เชื่อในสิ่งที่ตนเห็น

ถ้าหมายถึงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่จะสนับสนุนศาสนาพุทธ คิดว่ายังหาได้ยากครับ ^_^ แต่ไม่ใช่ไม่มีเลย คงต้องพัฒนากันอีกนานครับ กว่าวิทยาศาสตร์จะอธิบายพุทธศาสนาได้หมดครับ

____________________________________
ดูกระทู้ แล้วย้อนมาดูใจตน ชอบใจ ไม่ชอบใจ หรือเฉย ๆ :-P
-------------------
อ่านหนังสือ อย่าลืมมาอ่านใจตนเอง ^_^
----------
เห็นไหม อะไรอยู่เบื้องหลัง การจงใจปฏิบัติ ^_^
จากคุณ : กอบ [ ตอบ: 29 เม.ย. 50 21:07 ] แนะนำตัวล่าสุด 02 มิ.ย. 49 | เจ้าหน้าที่ระบบ | ตอบ: 7230 | ฝากข้อความ | MSN |


ความคิดเห็นที่ 9 : (อโณ นีมัตร)

อ้างอิง

ความคิดเห็นที่ 1 : (แค้ท) แจ้งลบ | อ้างอิง |
อ้างอิง
บังเอิญได้อ่านหนังสือ "ไอสไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น- ทพ.สม สุจิรา"   รู้สึกชอบ
อ้างอิง
แต่ไบางเล่มที่จะเป็นธรรมะนอกคำสอนมั้ยนะก็เยอะ อ่านแล้วยิ่งงง ใครได้เล่มนี้อ่านแล้วก็ซวยไป
อ่านแล้ว งงค่ะ ตกลงเล่มที่ว่านี้ คือเล่มไหนล่ะคะ



เจ้าของกระทู้หมายถึง เล่มที่เป็นธรรมะนอกคำสอนพระพุทธเจ้าน่ะครับ ที่ใครได้อ่านเล่มที่ว่านี้ก็ซวยไป  ไม่ได้หมายถึง ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น

ผมขอประกาศให้ทุกท่านที่คิดจะอ่าน โปรดอ่านเรื่อง "แฟนพันธ์แท้ไอน์สไตน์" โดย ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ก่อนนะครับ เพื่อที่จะได้เข้าใจ ทฤษฏีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ มิเช่นนั้น ก็คงจะ "ไม่รู้เรื่องแน่นอน"  ทั้งนี้เพราะหนังสือ "แฟนพันธ์แท้ไอน์สไตน์"นั้นอธิบายทฤษฎีสัมพัทธภาพไว้เป็นเนื้อเรื่องที่อ่านง่าย พร้อมตัวอย่างประกอบ และ มีสมการคณิตศาสตร์ด้วย  แต่หนังสือ ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็นนั้น สรุปรวมความรู้จากทฤษฎีสัมพัทธภาพมาอย่าง ลัดสั้น เพราะเน้นประเด็นไปที่ การเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับพุทธศาสตร์

ผมอ่านเล่มนี้ 6 ชม.รวดเลยทีเดียว แต่อ่านจบไปเพียงครึ่งเล่ม(หยุดไว้ เพราะกลัวจะตายคาหนังสือ) ทั้งนี้เพราะ เป็นหนังสือที่เน้นเนื้อหาสาระ และต้องทำความเข้าใจตามไปด้วย
ประเด็นด้านความเห็นขัดแย้งก็มีอยู่บ้างเล็กน้อยแต่ขอข้ามไป เพราะความรู้ที่ให้โดยรวมนั้น น่าพอใจมากกว่า


ความรู้สึกแรกที่อ่านครึ่งแรกจบ นั้นประทับใจมากและได้คิดคำนิยามสั้นๆ ขึ้นมาสำหรับหนังสือเล่มนี้ว่า  "หนังสือเล่มสุดท้ายของวงการวิทยาศาสตร์" และพร้อมกันนั้นก็จะเป็น "หนังสือเล่มแรกของวงการวิทยาศาสตร์เช่นกัน"

ที่ว่า เป็นหนังสือเล่มสุดท้ายของวงการวิทยาศาสตร์นั้นก็เพราะว่า วงการวิทยาศาสตร์ปัจจุบันมาจนสุดทางแล้ว วงการวิทยาศาสตร์ปัจจุบันกำลังพบทางตัน เพราะมาจนสุดสายป่านแล้ว และกำลังเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า ที่สุดแห่งที่สุดแห่งที่สุดของทุกสิ่งนั้น...ไม่มีอะไร!!!

หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่าง "ยุคเก่า" กับ "ยุคใหม่" อย่างแท้จริงในความเห็นของผม

ที่ว่า เป็นหนังสือเล่มแรกของวงการวิทยาศาสตร์นั้นก็เพราะว่า หากจะศึกษากันต่อไปบนวิถีทางแห่งปัญญาและเหตุผล อันเป็นรากเหง้าของ วิทยาศาสตร์นั้น หนังสือเล่มนี้ได้บอกถึง วิธีการและวิถีทางที่ วิทยาศาสตร์จะเดินหน้าต่อไปได้ นั่นคือ "พุทธศาสตร์" หรือศาสตร์แห่ง "พุทธะ" คือศาสตร์โดยผู้รู้แจ้งและผู้รู้จริง เพื่อให้ผู้ศึกษาและปฏิบัตินั้น รู้จริง และ รู้แจ้ง ด้วยตนเองเช่นกัน

วิทยาศาสตร์ได้แต่ศึกษาในส่วนของ "รูปธรรม" แม้ตัวผู้ศึกษาเองซึ่งก็คือ "มนุษย์" วิทยาศาสตร์ก็ศึกษาค้นคว้าได้แต่ส่วนรูปธรรมของมนุษย์เช่น การศึกษาเรื่องสมอง หรือเรื่องพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับสารเคมีในสมอง หรือในร่างกาย ทำให้ที่สุดแล้ว ไม่ได้ตอบสนองต่อ "ความมีประโยชน์ หรือ ความสุขสำหรับมนุษยชาติ" ได้อย่างแท้จริง พร้อมกันนั้นความรู้เหล่านี้กลับสร้างความวิบัติและหายนะให้กับ "มนุษย์" เสียเองอีก ซึ่งเป็นคมของดาบอีกด้านที่หลีกเลี่ยงได้ยาก


ศาสตร์แห่งพุทธะนั้น มิได้ให้บ้าตำรา มีแต่ทฤษฎีไว้โต้เถียงกันอย่างสูญเปล่า และก็มิใช่ให้มุทะลุ ทำตามไปอย่างไร้เหตุผล ไร้จุดมุ่งหมายแห่งความสำเร็จ  และเหนืออื่นใด ได้อธิบายรายละเอียดแห่งการศึกษา และปฏิบัติ พร้อมทั้งทิศทางที่อาจจะผิดพลาดจากการปฏิบัติ(กามสุขัลลิกานุโยคvsอัตตกิลมถานุโยค) ในแง่มุมต่างๆนานาไว้อย่างละเอียด ครอบคลุมทั่วถึงครบถ้วนทั้งชีวิตของมนุษย์เลยทีเดียว

พระพุทธศาสนาคือ วิวัฒนาการทางปัญญาของมนุษย์เหนือชั้น วิทยาศาสตร์ถึง2ขั้น
กล่าวคือ
...เมื่อมนุษย์เริ่มใช้สติปัญญาศึกษาทดลองและค้นหาความจริงของธรรมชาติจึงก่อกำเนิดวงการ "วิทยาศาสตร์"ขึ้น  เมื่อวงการ วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปตามลำดับจนในที่สุดถึงทางตันในการศึกษาความจริงแล้ว
กล่าวคือ
...ในระดับที่เล็กกว่าอะตอม คือเล็กที่สุดของที่สุดของที่สุดของที่สุด มนุษย์ไม่สามารถไปรับรู้ได้แล้วไม่ว่าจะด้วยประสาทสัมผัสของมนุษย์เอง หรือการสร้างเครื่องมือใดๆเข้าไปศึกษาค้นหาหรือสำรวจ
...ในระดับที่ใหญ่กว่าจักรวาล มนุษย์ก็ไม่สามารถสร้างยานพาหนะเดินทางไปสำรวจได้ ถ้าแม้จะสร้างยานอวกาศไปสำรวจ ไปศึกษา ไปค้นคว้าจริงๆ คนที่ไปศึกษานั้นก็จะตายระหว่างการเดินทางนั่นเอง ไม่มีทางที่จะกลับมาบอกชาวโลกที่นั่งตาดำๆ รอคอยอยู่เลย (ระยะทางในระดับจักรวาล วัดกันเป็นปีแสง และขนาดของจักรวาลมันเป็นล้านปีแสง มนุษย์จะศึกษากันยังไง)
จบข่าว!

เมื่อถึงทางตัน มนุษย์ที่หลงในอวิชชาเหล่านี้ ก็ควรที่จะมารับฟัง "ผู้ที่กล้าบอกว่าตัวเองรู้แจ้งของจริงแล้ว" และนี่คือจุดเริ่มต้นของการหันมารับฟังและศึกษา "พุทธศาสตร์"-ศาสตร์แห่งผู้รู้แจ้ง

(และนี่คือความเหนือชั้น วิทยาศาสตร์ ไปหนึ่งขั้น)

การศึกษาพุทธศาสตร์นั้น หากจะพยายามบิดเบือนเจตนารมณ์ของพระพุทธเจ้า โดยการมุ่งไปยังจุดหมายอื่นๆ ซึ่งวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏเหล่านี้ ก็มีความเป็นไปได้ เช่น มุ่งเอา ฌานสมาบัติ เอาโลกียอภิญญา ทำความเข้าใจเรื่องบุญบาป ทำบุญเพื่อไปเกิดในสวรรค์ ไม่ทำบาปเพื่อหนีนรก ฯลฯ

ถ้าผู้ศึกษาผ่านมิจฉาทิฐิ ในขั้นนี้มาได้ ก็จะมาถึง ความเป็น "ศาสนา" ซึ่งมิใช่เป็นเพียง "ศาสตร์อย่างหนึ่งเท่านั้น" จาก พุทธศาสตร์ จะกลายเป็น "พระพุทธศาสนา" ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านปัญญาความรู้ และ ระเบียบแบบแผนในการใช้ชีวิต รวมไปถึงวัฒนธรรมต่างๆซึ่งผสมรวมกลมกลืนไปกับการใช้ชีวิต เพื่อความเป็นผู้มีสติปัญญารู้แจ้ง
จุดมุ่งหมายของผู้นับถือ พระพุทธศาสนาคือการมีครบทั้งทางด้าน ปริยัติ ปฏิบัติ และ ปฏิเวธ ปฏิบัติตามองค์มรรค๘อย่างบริบูรณ์ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วย ศีล สมาธิ และ ปัญญา

(ในรายละเอียดปลีกย่อยแล้ว ชาวพุทธต้องรู้จักการ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ฝึกวิปัสสนา เข้าวัดฟังธรรม กราบพระทั้งพระพุทธรูปและพระสงฆ์เพื่อทำความเคารพในสิ่งที่ควรทำความเคารพ นอบน้อมเพื่อลด ละ ตัวตนออกไปจากใจ ทำบุญตักบาตร ให้ทานเพื่อฆ่าความตระหนี่ถี่เหนียว  สนทนาธรรมตามกาลเพื่อให้เกิดสัมมาทิฐิ  สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นมรดกที่พระอริยสาวกรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตาทวดของเราสร้างขึ้นมาให้ ซึ่งรวมอยู่ใน "พระพุทธศาสนา")

และนี่คือ พัฒนาการขั้นที่สอง ที่ข้ามขั้นขึ้นมาจาก วิทยาศาสตร์ -> พุทธศาสตร์

เบื้องต้นคือการศึกษาวิทยาศาสตร์ไปสู่การศึกษาพุทธศาสตร์ในเชิงที่เป็นเพียงศาสตร์อย่างหนึ่งให้ศึกษา  แต่มิได้ลงมือปฏิบัติจริงจังและมุ่งหมายจุดมุ่งหมายสูงสุดคือ พระนิพพาน


หนังสือ ไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น ในครึ่งเล่มหลัง ก็ทำให้ผมประทับใจอีกเช่นกันเพราะได้สรุปและเน้นไปที่ความสำคัญของจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนา

***********
พุทธศาสตร์ คือ วิทยาศาสตร์ เพราะใช้เหตุผลและสติปัญญา ทดลอง ศึกษา ปฏิบัติและสรุปผล อย่างเป็นระบบ และผลที่ได้ก็ประจักษ์แจ้งกับผู้ที่ปฏิบัติด้วยตนเองจริงๆ
ระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์เช่นการตั้งสมมติฐาน การทำการทดลอง การสรุปผล จัดเป็นแค่ส่วนหนึ่งแห่งกระบวนการใช้ปัญญา ผ่านการฝึกกรรมฐานในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นการทดลองของจริง ด้วยจิตใจของผู้ปฏิบัติเองจริงๆ และจะประจักษ์แจ้งด้วยจิตใจตัวเอง และซาบซึ้งรู้จริง จนไม่ต้องฟังจากปากของคนอื่นอีกต่อไป
 

____________________________________
ปัญหาใดๆในการปฏิบัติธรรม เมื่อเราใช้วิมังสาตรองดู ก็ไม่พ้นเรื่องของ มรรค๘ ที่ยังไม่บริบูรณ์นั่นเอง
จากคุณ : อโณ นีมัตร [ ตอบ: 30 เม.ย. 50 01:35 ] แนะนำตัวล่าสุด 13 เม.ย. 49 | สมาชิกลานธรรมถาวร | ตอบ: 95 | ฝากข้อความ |

ความคิดเห็นหน้าต่อไป | อนันตา | หลงทางภพ | พุทธจิต | บังตอ | พุทธจิต | ประภัสสร | สิเนรุ | สาราณียธรรม | Gow27 | หลงทางภพ | บังตอ | Gow27 | Toey by Mindfulness | Jakaphant | บังตอ | บังตอ | อโณ นีมัตร | บังตอ | Jakaphant | สิเนรุ |

หน้า: (รวม 3 หน้า)  [1] 2 3    หน้าต่อไป

(อ่านคำตอบล่าสุด )

« กระทู้ก่อน | ชีวิตกับธรรมะ | กระทู้ต่อไป »

ผู้อ่าน 1 ท่าน (1 ผู้เยี่ยมชม 0 สมาชิกไม่เปิดเผยตัว) 0 สมาชิก :



: ค้นพระไตรปิฎก และ ค้นหาศัพท์ในพจนานุกรมพุทธศาสน์ :

อนุญาตให้สมาชิกลานธรรมตอบกระทู้เท่านั้น