ขอแนะนำหนังสือน่าอ่าน 3 เล่มรวดเลย
   
ความคิดเห็นของผู้อ่าน บางท่าน

คุณ bluejeans

เพิ่งได้รับมาจากน้องที่ทำงานด้วยกัน เขาเดาว่าเราน่าจะชอบ พอได้อ่านแค่ บทแรกก็ไม่สามารถวางได้ทันที หลังจากอ่านแต่ละบทแล้วก็ขนลุกบ้าง เกิดปัญญาบ้าง มีการเปลี่ยนแปลงทันทีครับ

ไอน์สไตน์ พบ พระพุทธเจ้า เห็น (ซื้อจากร้านนายอินทร์)

สรุปง่ายๆ คือการนำวิทยศาสตร์มาอธิบายคำสอนของท่านพระพุทธเจ้า ต้องลองอ่านครับ

Reality is merely an illusion, albeit a very persistent one.

ความจริงเป็นเพียงภาพมายา เพียงแต่เป็นภาพมายาที่คงอยู่นานเท่านั้น

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

**อ่านหนังสือเล่มนี้ แล้วชวนให้นึกถึงและทำให้เข้าใจ หนังเรื่อง Matrix ภาคแรก มิน่าล่ะ ทั่วโลกถึงยกให้หนังเรื่องนี้ Matrix 1 เป็นหนังปรัชญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
*************************************

คุณ โดย : SANTAKIREE

แนะนำให้ซื้อ "ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น" ก่อนนะ ผมอ่านมาสามครั้งแล้ว วางไม่ลงจริง ๆ ว่าด้วยเรื่องสิ่งที่พระพุทธเจ้าเห็นมาแล้วเมื่อสองพันกว่าปี แต่ไอน์สไตน์เพิ่งค้นพบเจอ แล้วเกิดความทึ่งในปัญญาขององค์พระศาสดา กล่าวอย่างประทับใจว่า "ศาสนาแห่งอนาคตจะเป็นศาสนาแห่งจักรวาล ศาสนาซึ่งตั้งอยู่บนประสบการณ์ ซึ่งปฏิเสธความเชื่อที่ไร้ข้อพิสูจน์ หากมีศาสนาใด ศาสนาหนึ่งที่พอจะรับมือกับความต้องการทางวิทยาศาสตร์ได้ละก็ ศาสนานั้นคือ ศาสนาพุทธ" โอ้ ไม่เสียชาติเกิดจริง ๆ ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ และเจอศาสนาพุทธ ด้วย ขอเจอศาสนานี้ไปทุก ๆ ชาติด้วยเทอญ สาธุ

 

โดย: พลขิก [24 ก.ย. 50 23:08] ( IP A:58.8.159.152 X: )

ความคิดเห็นที่ 1
   

อีกบางความคิดเห็น

คุณนายหนังสือ:

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้ที่มีแนวคิดและมีการค้นพบทฤษฎีต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์ที่ลึกลับและซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง สร้างปรากฏการณ์ใหม่ และลบล้างความเชื่อเก่าๆ ลงโดยสิ้นเชิง

การค้นพบของพระพุทธเจ้าเป็นการค้นพบทางนามธรรม ยากต่อการพิสูจน์ แต่การพบทางวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ ไม่ว่าจะเป็น สสาร พลังงาน จักรวาล ปรมาณู การยืดหดของเวลา เป็นต้น ของไอน์สไตน์ กลับช่วยให้การค้นพบส่วนหนึ่งของพระพุทธเจ้าได้รับการพิสูจน์และยืนยันทางคณิตศาสตร์อย่างไม่น่าเชื่อ

หนังสือ “ไอน์ไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น” เล่มนี้ เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านที่สนใจในวิทยาศาสตร์ ปรัชญา พุทธศาสนาอย่างมาก เพราะผู้เขียนได้วิเคราะห์ให้เห็นถึงแนวความคิดและทฤษฎีของไอน์สไตน์ที่สอดรับกับความรู้ในทางพุทธศาสนา มีการยกข้อมูลและทฤษฎีต่างๆ มาอธิบายอย่างแจ่มชัด ยิ่งอ่านก็จะยิ่งเห็นว่า วิทยาศาสตร์สามารถช่วยยืนยันและพิสูจน์ความจริงหลายๆ ด้านของพุทธศาสนาที่ปุถุชนคนธรรมดาอาจจะสัมผัสได้ยาก จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดไปว่าไม่มีได้จริงๆ

เนื้อหาของหนังสือแบ่งเป็น ๑๐ บท มีรายละเอียดอย่างคร่าวๆ ดังนี้

บทที่ ๑ “ทำไมต้องไอน์สไตน์” ผู้เขียนปูพื้นฐานให้ผู้อ่านทราบประวัติชีวิตของไอน์สไตน์ พร้อมทั้งทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ก่อนหน้านั้น ของนักวิทยาศาสตร์หลายๆ ท่านจนมาถึงทฤษฎีสัมพัทธภาพอันลือลั่นของไอน์สไตน์

บทที่ ๒ “จักรวาลกับพุทธศาสนา” แม้พุทธศาสนาจะบอกไว้ว่า เรื่องความเร้นลับของจักรวาลเป็นเรื่องอจินไตยไม่ควรคิด แต่ความรู้ทางพุทธศาสนาก็ปรากฏเรื่องราวเหล่านี้อยู่หลายแห่ง และตรงกับการค้นพบและการพิสูจน์ของนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เรื่อยมา ชนิดที่นักวิทยาศาสตร์ต้องพิศวงว่าพระพุทธเจ้าทราบความรู้เหล่านี้มาก่อนได้อย่างไร

บทที่ ๓ “ทฤษฎีสัมพัทธภาพ” ทฤษฎีอันลือลั่นของไอน์สไตน์ ที่ขัดกับสามัญสำนึกของคนทั่วไป แต่ท้ายที่สุดก็ได้รับการพิสูจน์ว่าทฤษฎีนี้ถูกต้อง เช่น เรื่องความเร็วของแสงที่คงที่เสมอ และไม่มีสิ่งใดไล่ทันความเร็วของแสงนี้ได้ แต่แสงก็ตกอยู่ภายใต้กฏของแรงโน้มถ่วง ดังนั้นจึงเดินทางเป็นเส้นโค้งได้ ตามแรงโน้มถ่วงของดวงดาว หรือไอน์สไตน์พิสูจน์ให้เห็นว่า เวลาสามารถยืดหด และเดินช้า เดินเร็วได้ ขึ้นอยู่กับสถานที่แต่ละแห่ง เช่นเวลาของคนที่อยู่บนยานในอวกาศที่เดินทางด้วยความเร็วสูงจะเดินช้ากว่าเวลาของคนอาศัยอยู่บนโลก

บทที่ ๔ “ความว่างภายในอะตอม” นอกจากทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์แล้วยังมีทฤษฎีควอนตัมซึ่งทฤษฎีนี้ช่วยอธิบายส่วนที่เล็กที่สุดที่บรรจุอยู่ภายในอะตอม อันเป็นการช่วยยืนยันว่า ไม่มีสิ่งใดคงที่ มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ

บทที่ ๕ “พุทธกับวิทยาศาสตร์” วิทยาศาสตร์เน้นในเรื่องของเหตุผล หลังจากการพิสูจน์ข้อเท็จจริงหลายๆ อย่าง พบว่าตรงกับความรู้และคำสอนทางพุทธศาสนา ต่างกันเพียงวิทยาศาสตร์พยายามค้นคว้าและพิสูจน์ในทางวัตถุหรือรูปธรรมแต่พุทธศาสนาได้ค้นคว้าอย่างลึกซึ้งรวมไปถึงเรื่องทางนามธรรมหรือเรื่องราวของจิตด้วย

บทที่ ๖ “ปัญญาญาณ” ความรู้ ไม่จำเป็นว่าต้องเกิดขึ้นจากการค้นคว้าเสมอไป แต่การรวมจิตให้เป็นหนึ่งก็สามารถทำให้เกิดความรู้ในเรื่องราวที่ลึกซึ้งได้เหมือนกัน และเป็นความรู้ที่แม้แต่ผู้รู้ก็ไม่สามารถบอกได้ว่ารู้ได้อย่างไร เกิดจากจินตนาการ การหยั่งรู้ หรือการ “ปิ๊งแวบ” ได้ทั้งสิ้น

บทที่ ๗ “ความมหัศจรรย์ของจิต” นักวิทยาศาสตร์ยังมีความรู้เพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับความลึกลับซับซ้อนของจิต แต่พระพุทธเจ้าได้สอนเรื่องของจิตนี้มาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว และเป็นความจริงที่จริงแท้ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน และจิตเป็นสิ่งที่เร็วกว่าแสงมาก

บทที่ ๘ “เกิด-ดับ” ทุกสิ่งมีการเกิดดับ ไม่เว้นแม้แต่จักรวาล รวมไปถึงทฤษฎีความรู้ต่างๆ ของนักวิทยาศาสตร์ซึ่งเมื่อความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้น ทฤษฎีเก่าก็ล้าสมัยไป ต่างจากสัจธรรมของพระพุทธเจ้าที่ยังคงจริงแท้ตลอดมา

บทที่ ๙ “มิติที่ ๔ มิติของเวลา” นอกจากเวลาจะยืดหดได้แล้ว ไอน์สไตน์ยังยืนยันอีกว่า เวลายังย้อนกลับได้ด้วย ตรงกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานทางพุทธศาสนา ซึ่งเมื่อรวมอารมณ์ให้เป็นหนึ่งเดียว มีสมาธิแน่วแน่แล้ว สามารถย้อนเวลาไปหาอดีต หรือล่วงรู้เรื่องราวในอนาคตได้ หรืออีกนัยหนึ่ง มิติที่ ๔ เรื่องเวลานี้สามารถเปรียบได้กับนิพพานซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ยาก ทั้งที่มีอยู่จริง แต่เราสัมผัสไม่ได้ สัมผัสได้เพียง ๓ มิติ ยกเว้นแต่ต้องได้รับการอบรม และปฏิบัติอย่างดี ก็อาจจะได้เข้าถึงมิติที่ ๔ หรือนิพพานได้

บทที่ ๑๐ “ความสุขและความจริงแท้” ท้ายที่สุดบทพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ของไอน์สไตน์และนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ความจริงของจักรวาล และความลึกลับต่
โดย: [0 3] ( IP )

ความคิดเห็นที่ 2
   างๆ ได้ทั้งหมด แต่เมื่อหันกลับมามองความรู้ทางพุทธศาสนากลับสามารถตอบโจทย์ทั้งหมดได้ พุทธศาสนาจึงมีความรู้ที่ครอบคลุมมากกว่าวิทยาศาสตร์ และนอกจากจะรู้เพียงอย่างเดียว ยังนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตให้มุ่งไปสู่ความสุขที่สมบูรณ์แบบได้อีกด้วย

หนังสือเล่มนี้ นอกจากจะอัดแน่นไปด้วยสาระทางวิทยาศาสตร์ และการร้อยเรียงร่วมกันไปกับการพิสูจน์ความจริงทางพุทธศาสนาแล้ว ยังมีภาพประกอบทางวิทยาศาสตร์ที่สวยงาม สำนวนภาษาของผู้เขียนร้อยเรียงอย่างเป็นเหตุเป็นผล สอดรับกันและกัน แม้ว่าวิทยาศาสตร์อาจจะเป็นเรื่องที่ดูยุ่งยากสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นความรู้ทางด้านนี้มาก่อน แต่ผู้เขียนสามารถอธิบายให้เข้าใจได้โดยง่าย โดยมีตัวอย่างประกอบที่ชัดเจน อาจทำให้อ่านจบแต่ละบทไปโดยไม่รู้ตัว

ติดตามอีกหลายความคิดเห็นที่นี่ครับ

http://www.118doctor.com/book/book.htm
โดย: พลขิก [24 ก.ย. 50 23:19] ( IP A:58.8.159.152 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
   
ประวัติผู้แต่ง

ประวัติทันตแพทย์สม สุจีรา
ชื่อจริง: ทันตแพทย์สม สุจีรา
ประวัติการศึกษา:
ทันตแพทย์สม สุจีรา เป็นชาวจันทบุรีโดยกำเนิด แต่เติบโตและใช้ชีวิตในวัยเด็กที่จังหวัดระยอง สำเร็จการศึกษาในระดับประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษาต่อมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนอัสสัมชัญ หลังจากนั้นเข้าศึกษาต่อมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนอุดมศึกษา พญาไทเรียนอยู่ได้สองปี ต้องการเข้ามหาวิทยาลัยก่อนกำเนิดจึงสอบเทียบข้ามชั้น ม.6 เข้าคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
เป็นนักกิจกรรมมาโดยตลอด ทำงานเป็นกรรมการนักเรียนเตรียมอุดมศึกษาฯเลขานุการชมรมวาทศิลป์ รองประธานเชรียร์กรรมการสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ฯลฯ และเป็นนักเขียนนักพูด ให้กับมหาวิทยาลัย คณะทันตแพทย์ ชมรม สมาคมต่างๆตลอดเวลาที่เป็นนักศึกษา จนจบระดับปริญญาตรี
เมื่อจบเป็นทันตแพทย์เต็มตัว เป็นหมอหนุ่มไฟแรง ได้สมัครไปรับราชการใต้สุดที่จังหวัดสตูล และที่นั่นได้ให้ประสบการณ์ชีวิตที่ประดับใจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนๆแพทย์ในจังหวัดที่อุทิศตัวเพื่อนประชาชนอย่างสุดความสามารถ ไม่คำนึกถึงความยากลำบากส่วนตน ในโรงพยาบาลมีแต่กัลยาณมิตร จนคิดจะตั้งหลักปักฐานอยู่ที่จังหวัดสตูลตลอดไป แต่ด้วยความจำเป็นทางครอบครัว จึงต้องย้ายกลับเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพมหานครในเวลาต่อมา
เมื่อกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯเกิดความรู้สึกต้องการแสวงหาความรู้ในศาสตร์สาขาอื่นที่ไม่ใช่ทันตแพทยศาสตร์ด้วย และศาสตร์ที่คิดว่าน่าสนใจที่สุดก็คือ จิตวิทยา จึงตัดสินใจกลับเข้าไปเป็นนักศึกษาอีกครั้ง กับการศึกษามหาบัณฑิตทางจิตวิทยาให้คำปรึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
เรียนจนจบมหาบัณฑิตทางจิตวิทยาสมความตั้งใจ แต่เวลาส่วนใหญ่หลังจากนั้นก็ยังอุทิศให้กับการรักษาทางทันตกรรมจวบจนเมื่อได้โอกาสเข้าปฏิบัติธรรมกับพระ อาจารย์ใหญ่ภัททันตะอาสภะมหาเถระ ตามคำชักชวนของคุณคุณหญิงสุกฤตา เภกะนันทน์ฝึกวิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐาน4 อยู่หนึ่งปี จนได้พบกับความมหัศจรรย์บางอย่างที่ยากจะบรรยาย จึงเริ่มกลับมาค้นคว้าในเรื่องของจิตอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นจิตวิทยาตะวันออก ไม่ใช่จิตวิทยาตะวันตกอย่างที่ร่ำเรียนมาในระดับปริญญาโท

ผลงานที่ผ่านมา:
เขียนหนังสือ 3 เล่ม เกิดเพราะกรรมหรือความซวย
ทวาร 6 ศาสตร์แห่งการรู้ทันตนเอง
ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น
โดย: พลขิก [24 ก.ย. 50 23:23] ( IP A:58.8.159.152 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
   สุดยอดครับ การให้ธรรมคือทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครับ
โดย: ชิ้น ศุภมิตรฯ [25 ก.ย. 50 16:28] ( IP A:124.120.14.59 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
   อยากอ่านมานานแล้ว จะหามาอ่านบ้าง
ขอบใจ น้องขิกมาก ที่มีดีมาบอก
โดย: kong [25 ก.ย. 50 22:14] ( IP A:58.8.58.19 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   
ร้านนายอินทร์ -ซีเอ็ด-แพร่พิทยา มีจำหน่ายทุกสาขาครับ
ตอนนี้จัดหามาครบ 3 เล่มแล้วครับ
โดย: พลขิก [26 ก.ย. 50 1:55] ( IP A:58.8.156.219 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
   ขอบคุณพี่ขิก ที่จัดหาแต่สิ่งดี ๆ มาให้ครับ
โดย: อ๊ะ รัตเน [29 ก.ย. 50 21:46] ( IP A:58.64.66.192 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
   อ่านแล้วเหมือนกัน Confirm ครับ เรื่องจิต มหัศจรรย์มาก จนฝรั่งหันกลับมาศึกษากันแล้ว ล้าหลังศาสนาพุทธมาเป็นพันปีครับ วิทยาศาสตร์ที่เรียนกันมา อาจจะต้องเรียนกันใหม่ก็ได้ครับ วันหลังมีหนังสือดีๆก็จะมาแนะนำด้วยครับ
โดย: path [2 ต.ค. 50 22:09] ( IP A:58.9.209.148 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
   ตาขิกจะบวชแล้ว เย้
โดย: น้องหนึ่ง [5 ต.ค. 50 12:34] ( IP A:203.148.162.197 X: )

ความคิดเห็นที่ 10
   เพื่อให้เศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อหลวง กระผมอยากจะยืมอ่านมั่ง ได้ป่ะ
โดย: น้องหนึ่ง [5 ต.ค. 50 12:38] ( IP A:203.148.162.197 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
   
น้องหนึ่ง....เอาไปอ่านอาทิตย์นึง อ่านจบไหม (มีคนต่อคิวอีกหลายราย)
ถ้าสามารถอ่านจบได้ภายใน 7 วัน ก็มารับไปอ่านได้เลย
(อย่าลืมไปเที่ยวและลงทะเบียนใช้บ้านใหม่ http://www.samnakghodmai.co.nr/ )
โดย: พลขิก [5 ต.ค. 50 15:24] ( IP A:58.8.150.23 X: )

รายละเอียด :
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
รูปประกอบ :
.jpg .bmp .gif < 100K
จัดตำแหน่งรูป :
ชิดซ้าย
กึ่งกลาง
ชิดขวา
เสียงประกอบ : .wav .mp3 .wma .ogg < 300K
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ