|
การตลาดในมิติที่ 4 (มิติของเวลา)
มิติของเวลา
วันนี้ได้อ่านหนังสือของเรื่อง
ไอนสไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น ของทันตแพทย์สม สุจีรา
ทำให้เกิดปัญญาในเรื่องของมิติที่สี่มากขึ้น
ซึ่งคุณหมอสม
ได้พูดถึงเรื่องของวิทยาศาสตร์และพุทธศาสนาที่มีทั้งความเกี่ยวข้องในด้านของมิติและขัดความขัดแย้งในเรื่องของหลักการในการนำมิติมาใช้
โดยปกติแล้วคนเราจะสามารถมองสิ่งต่างๆ
เห็นเป็น 3 มิตินั่นคือการมองเห็นแบบ ความกว้าง
ความยาว และ ความลึก
แต่มิติที่สี่ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจนั้นเป็นมิติในเรื่องของ
เวลา
ทฤษฎีสัมพันธภาพของนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ได้กล่าวถึงว่าเวลานั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แต่เป็นเรื่องของความสัมพัทธ์
นั่นคือนักวิทยาศาสตร์ในสมัยก่อนๆ
นั้นคิดว่าเวลาในทุกๆ
ที่นั้นเป็นมีความยาวที่เท่ากัน
ต่อเมื่อไอน์สไตน์ได้ค้นพบทฤษฎีสัมพันธภาพ
ก็ทำให้คนในโลกนี้รู้ว่าเวลานั้นเป็นเรื่องของความสัมพัทธ์
คือมีความไม่เท่ากันในแต่ละที่
คุณหมอสมได้ให้ข้อคิดและยกตัวอย่างของการเห็นในสองระบบมิติและสามมิติไว้อย่างน่าสนใน
กล่าวคือ ถ้าเราสมมุติว่ามดนั้นมองได้แค่สองมิติคือ
ด้านหน้า และด้านข้างจากที่สายตามมดมองเห็น
และมดตัวนั้นเดินอยู่บนกล่องกระดาษ
มดอาจจะไม่สามารถรับรู้ว่ารูปทรงของกล่องกระดาษนั้นเป็นอย่างไรตามสายตาที่เรามองเห็นได้
นั่นคือ มดไม่สามารถรู้ได้ว่ากล่องนั้นมีความลึกอยู่
แต่มดจะเห็นในแนวระนาบที่เป็นพื้นที่มีด้านหน้าและด้านข้าง (ในกรณีนี้สมมุติว่ามดไม่สามารถมองด้านหลักของตัวเองได้)
แต่ในกรณีของคนเรานั้นสามารถมองเห็นมิติที่สามด้วยคือความลึก
เราก็จะมองเห็นว่ามดนั้นกำลังจะเดินไปในทิศใดและอยู่ส่วนในบนกล่องกระดาษ
กำลังเดินอยู่บนด้านบน หรือด้านล่างของกล่อง
ซึ่งมุมมองในมิติสามนั้นทำให้เรานั้นเหนือกว่ามดเพราะ
หากเราเอาก้อนน้ำตาลหย่อน
ลงไปบนหน้ามดในขณะที่มดเดินอยู่อยู่ มด(หากคิดเป็น)
ก็อาจจะเกิดความอัศจรรย์ได้ว่ามีปรากฎการณ์ที่มหัศจรรย์นั้นเกิดขึ้นแล้วเพราะอยู่ๆ
ก็มีก้อนน้ำตาลมาปรากฎอยู่ตรงหน้าโดยที่มดไม่เห็นมาก่อน
สาเหตุที่มดรู้สึกเป็นอัศจรรย์ก็เนื่องมาจากมดไม่สามารถมองเห็นสูงขึ้นมาจนพบว่าเราเองนั้นกำลังเอาน้ำตาลผูกกับด้ายแล้วๆ
ค่อยๆ หย่อนลงไปในระดับสายตาของมด
และมดอาจจะรู้สึกอัศจรรย์ใจไปมากกว่านั้น
เมื่อมดกำลังที่จะกัดกินน้ำตาลก้อนนั้นแต่อยู่ๆ
น้ำตาลก้อนนั้นก็หายไป
เนื่องจากเรายกมันขึ้นมาก่อนที่มดจะได้กัดกิน
ถ้าวาดภาพนั้นเป็นตัวเรา
เราก็อาจจะเกิดอาการเดียวกันกับมดถ้าอยู่อยู่ๆ
ก็มีอะไรมาปรากฏกายอยู่ตรงหน้าทั้งๆ
ที่เรามองไม่เห็นมาก่อน แล้วจู่ๆ
ก็หายไปโดยหาสาเหตุไม่ได้
ที่กล่าวมานั้นเป็นตัวอย่างที่ผมนำมาขยายต่อจากการยกตัวอย่างของคุณหมอสมเพื่อที่จะนำไปสู่เรื่องของการตลาดในมิติที่
4 ที่เกี่ยวข้องกันกับมิติของเวลา
ซึ่งผมอยากจะลองขยายความคิดต่อว่าแล้วมิติที่สี่ในเรื่องของเวลานั้นเกี่ยวข้องกับการตลาดอย่างไร
เข้าสู่มิติของเวลาของโลกธุรกิจ
ผมคิดว่าถ้านักการตลาดสามารถนำแนวคิดของตัวอย่างด้านบนที่เป็นสองมิติและสามมิติมาเป็นต้นแบบและมองให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้งาน
การมองการตลาดในมิติที่สี่ก็จะสามารถทำให้เราสามารถทำธุรกิจได้อย่างเข้าใจมากขึ้น
สำหรับมิติที่สี่ในเรื่องของ เวลา
ผมอยากจะยกตัวอย่างดังนี้
ผมขอยกตัวอย่างในมิติที่สี่ที่ผมเข้าใจให้เห็นแนวคิดของผมสังเขปดังนี้ครับ
ถ้าเราอยู่ในมิติที่สี่
นั้นเหมือนกับถ้าเราเอาแผ่นฟิลม์หนังที่ฉายวางลงบนพื้นราบเราก็จะสามารถเห็นเรื่องราวของฟิลม์หนังที่ดำเนินต่อเนื่องกันไปจนถึงสุดแผ่นฟิลม์ที่เราวาง
นั้นคือเรากำลังอยู่ในมิติที่สี่
เพราะเรารู้ว่าเวลาในแต่ละวินาทีบนแผ่นฟิลม์นั้นจะเกิดอะไรขึ้นต่อๆ
กันไป
สิ่งนี้คือเราได้เข้ามาอยู่ในมิติของเวลาเรียบร้อยแล้ว
แต่ถ้าท่านลองมองภาพว่าท่านกลับเข้าไปดำเนินชีวิตอยู่ในแผ่นฟิลม์นั้น
แผ่นฟิลม์นั้นมีความยาว 5 นาที
และท่านกลับเข้าไปอยู่ในแผ่นฟิลม์ในช่วงนาทีที่ 3
ในขณะนั้นท่านจะไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่
3.01 นาทีจนถึงนาทีที่ 5
นั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวท่านเพราะท่านไม่สามารถมองเห็นในมิติที่
4 ได้ดังนั้นท่านก็ต้องปล่อยให้สิ่งต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในชีวิตและธุรกิจของท่านดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
จนถึงนาทีที่
5
แต่ถ้าเราเป็นนักการตลาดที่พยายามจะอยู่ในมิติที่
4 นั่นคือถอยตัวเองออกมาจากแผ่นฟิลม์
จากผู้แสดงออกมาเป็นผู้กำกับ
เราก็จะมีความสามารถในการมองเห็นในแง่มุมที่กว้างขึ้น
เป็นขั้นตอนขึ้น และ
เราก็อาจจะสามารถนำพาธุรกิจของเติบโตและเจริญรุ่งเรืองได้เนื่องเพราะเราสามารถที่จะมองเห็นว่า
เรากำลังทำอะไรและสิ่งที่ทำนั้นจะเกิดผลอะไร
ถึงแม้ในความจริงแล้วการมองเห็นในมิติที่ 4
ที่เรามองเห็นนั้นจะเป็นมิติเสมือนก็ตาม
ที่ผมพูดถึงมิติเสมือนนั่นก็คือตัวเรานั้นไม่สามารถออกมาอยู่ในมิติที่
4 ได้อย่างแท้จริงและสมบูรณ์แบบ
เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตที่แท้จริงของธุรกิจเราจะเป็นอย่างไร
แต่ถ้าเราทำให้เราเสมือนอยู่ในมิติที่ 4
นั้นก็คือเราสามารถที่จะเห็นเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในลักษณะลางๆ
ถึงแม้จะไม่ชัดเจนแต่ก็สามารถมองเห็นได้
นักการตลาดผ่านมิติเวลา วิธีการที่จะผันตัวเราเองมาอยู่ในมิติที่สี่คือก็คือการวางแผนการดำเนินงานและ
การมองเห็นเป้าหมาย
หรือสิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้นครับ
ถ้าพูดกันง่ายๆ
ก็เหมือนกับเราทำธุรกิจโดยมีผังสำเร็จที่วางไว้ล่วงหน้า
รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ในอนาคต
เหมือนอย่างที่ผมบอกนะครับถึงแม้จะเลือนๆ
ไม่ชัดแจ่มแจ้งเหมือนผู้ที่อยู่ในมิติที่สี่อย่างแท้จริงแต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่เห็นเอาเสียเลย
ขั้นตอนแรกที่จะทำให้ท่านสามารถเสมือนอยู่มิติที่
4 ได้นั้นก็คือการที่ท่านต้องมีการวางแผนอย่างรัดกุม
แผนที่ได้มานั้นต้องผ่านการวิเคราะห์ในรายละเอียด
มีกระบวนการที่น่าเชื่อถือและทำให้ท่านสามารถมั่นใจในระดับหนึ่งว่าเมื่อถึงขั้นกระบวนการดำเนินงานแล้ว
สิ่งทั้งหมดนั้นจะเป็นไปตามแผนงานการตลาดที่ท่านวางไว้
ขั้นตอนที่สองคือการตวจสอบการดำเนินงานในรายละเอียด
หากท่านเป็นนักการตลาดต้องการที่จะประสบความสำเร็จแล้วท่านก็ที่เอาใจใส่แล้วงานในรายละเอียดทุกจุด
วิธีการอาจจะไม่ใช่ว่าต้องลงไปทำในทุกๆ
ขั้นตอนของรายละเอียดแต่ท่านต้องมีเครื่องมือตรวจสอบว่า
รายละเอียดที่ท่านวางเอาไว้นั้นได้ถูกนำไปปฏิบัติตามแผนหรือไม่
มีจุดใดบ้างที่ไม่ได้ทำและเกิดอะไรขึ้นถึงไม่สามารถทำได้
ความล้มเหลวของการทำการตลาดสินค้าหลายๆ
ตัวนั้นก็เกิดขึ้นจากการขาดการดูแลเอาใจใส่ในรายละเอียดนี่แหละครับ
ต้องอย่างลืมว่าถึงแม้ท่านจะเป็นนักการตลาด
เป็นเสนาธิการในการวางแผนเพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์ของบริษัทออกสู่ท้องตลาด
แต่ท่านไม่ได้ทำงานอยู่คนเดียว
ทีมขายนั้นเป็นทีมที่มีความสำคัญอย่างสูงในการที่จะทำให้สินค้าของท่านสามารถอยู่รอดได้
ในท้องตลาด
หากทีมการขายไม่ได้ทำตามแผนที่ทีมการตลาดวางเอาไว้
เนื่องจากไม่เชื่อในแผนของท่านหรือ
ถึงแม้ทีมขายจะฟังแผนของท่านอย่างเข้าใจแต่ก็ไม่ทำตามที่ท่านวางแผนเอาไว้เนื่องจากทีมขายไม่มั่นใจเพราะคิดว่าท่านเป็นมือใหม่
หรืออ่อนประสบการณ์
ความล้มเหลวของธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ที่ท่านนำเสนอออกสู้ท้องตลาดก็จะมีโอกาสรอดได้ต่ำ
ภาพเสมือนของความสำเร็จของท่านในมิติที่สี่ก็จะไม่มีโอกาสจะเป็นจริงไปได้
ถึงแม้เราจะไม่สามารถถพาตัวเราเข้าไปอยู่อย่างสมบูรณ์แบบได้
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะต้องอยู่ในมิติที่สามอยู่ตลอดไปครับ
แผนการทำงาน แผนปฏิบัติการที่ถูกทบทวนแล้วทบทวนเล่า
สามารถสร้างภาพเสมือนในมิติที่สี่ให้กับเราได้
ดังนั้นหากท่านคิดว่าท่านต้องการพยากรณ์อนาคตของตนเองหรือของธุรกิจ
สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการเอาใจใส่ต่อแผนงานที่จะทำ
วางให้รัดกุม ดำเนินการให้เป็นไปตามที่วางแผนไว้
และตรวจสอบอยู่เสมอว่าแผนเป็นไปตามกำหนดการ
เท่านี้ท่านก็สร้างความเสมือนจริงของนักการตลาดมิติที่สี่
โดยไม่ต้องเข้าไปอยู่ในมิติที่สี่จริงๆ
หรอกครับ
| Last Update : 4
ตุลาคม 2550 10:51:55 น. |
|
0 comments
|
|